[ฝึกวาด]ภาคฟื้นฟู??
posted on 04 Oct 2011 22:49 by tsutsu



edit @ 4 Oct 2011 23:39:22 by S.K.Y.
edit @ 5 Oct 2011 00:04:17 by S.K.Y.




edit @ 4 Oct 2011 23:39:22 by S.K.Y.
edit @ 5 Oct 2011 00:04:17 by S.K.Y.



edit @ 4 May 2011 14:57:47 by S.K.Y.
edit @ 4 May 2011 20:49:00 by S.K.Y.
สภาพผมตอนนี้ ใครมาเห็นเข้าคงคิดไปไกลกู่ไม่กลับแหง …
ร่างสูงลิ่วของไอ้หล่อนี่กอดผมไว้แน่น แถมเอาหน้าคมๆนั้นมาซุกไซที่ต้นคอผมอีกต่างหาก!!
ผมพยายามผลักร่างตรงหน้าออกก่อนที่มันจะลวนลามผมไปมากกว่านี้ ดิ้นไปดิ้นมาจนมันยอมผละจากผม
และทันทีที่มันลุกจากตัว ทำให้ผมสังเกตความผิดปกติบางอย่างที่ควรจะรู้ได้ก่อนนี้นานแล้ว
ไอ้หล่อนี่ มันเปลือยครับ!!
พ่อ!!! ต่อจากผู้หญิงโป๊ มาเป็นผู้ชายเปลือยเนี่ยนะ!!!!!!
ผมวิ่งหาเสื้อให้คนตรงหน้าแทบจะทันที
ตัวก็เสือกใหญ่อีก สูงก็สูง แล้วจะหาเสื้อจากไหนเนี่ย!!!
หลังจากเอาเสื้อเก่าๆของพ่อมาให้ชายตรงหน้าใส่แก้ขัด ผมก็ปล่อยให้ไอ้หล่อนั้นนั่งรออยู่ที่โซฟายาว
ก่อนที่ตัวเองจะไปโทรหาต้นเหตุ รอฟังเสียงตื้ดๆอยู่ได้ 2-3 นาที เสียงทะเล้นก็ดังมาตามสาย ..
“ไอ้น้ำ คิดถึงพ่อถึงขั้นโทรมาหาเลยหรอลูก!!”
คิดถึงม้ากกกกกกก!!!
“พ่อ ส่งอะไรมาให้ผมน่ะ!”
“อ้าว ไปถึงลูกแล้วหรอ แหม่ เดียวนี้ระบบขนส่งดีจริงๆนะ”
ยังมาชมระบบขนส่งอีกนะ! ลูกชายจะบ้าตายอยู่แล้ว!!
“พ่อ! ผมไม่เอานะ ผมจะส่งกลับ!!”
“ไม่ได้ ”
เอ๊ะ?? แปลกมาก พ่อผมถึงจะชอบตามใจตัวเองส่งอะไรมาให้บ่อยๆรึชอบทำนู่นทำนี่ให้ผมโดยไม่ถาม แต่ท่านก็แคร์ความรู้สึกผม ถ้าผมบอกว่าไม่ เขาก็ไม่เคยปฎิเสธ แต่ทำไมครั้งนี้ ???
พ่อผมนิ่งไปสักพักก่อนที่จะพูดเสียงเรียบๆ
“เด็กคนนั้น เป็นตุ๊กตาที่สร้างโดยเอาความรู้สึกนึกคิดของคนใส่ไปด้วย ต่างกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้อยู่ก่อน หรือก็คือเขามีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง รู้จักรัก รู้จักเสียใจ เหมือนมนุษย์คนหนึ่ง ถ้าลูกส่งตัวเขากลับมาทันทีแบบนี้เป็นใครก็ต้องรู้สึกไม่ดีจริงมั้ย ??เราก็น่าจะแคร์ความรู้สึกเขาบ้าง”
“อ่า ครับ”
ผมตอบเสียงอ่อย จะว่าไปมันก็จริง ถ้าเขามีความรู้สึกจริงๆก็คงโกรธผมแย่ นอนปวดหลังแทบตายมาจากอังกฤษอยู่ๆก็โดนส่งกลับซะงั้น
ผมนิ่งคิดไปในขณะที่ปลายสายบอกกำชับให้ผมดูแลไอ้ตุ๊กตานั้นดีๆ แถมฝากฝังนั้นนี่ที่ผมไม่ได้ตั้งใจฟังเลยได้ยินเป็นเสียงหงุงหงิงๆอยู่ข้างหู และตอนนั้นเองภาพในไม่กี่นาทีที่แล้วก็แล่นเข้าสมองผม คำพูดที่ตุ๊กตานั้นกระซิบบอกกับผม
รักครับ เจ้านายของผม
เฮ้ย!! งั้นนั้นก็มาจากใจจริงๆของมันดิ มันเป็นตุ๊กตาเกย์หรอวะ!!! ชิบหายล่ะ!!!!!
“งั้นพ่อวางก่อนนะ งานรัดตัว”
“เฮ้ยยยย เดียวพ่อๆๆ”
“หืม”
“คือว่า อยู่ๆตุ๊กตานั้นก็บอกว่าผมเป็นเจ้านายมัน หมายความว่าไงครับ ไหนพ่อบอกว่ามันมีความรู้สึกเป็นของตัวเองไง”
ผมถามเสียงลนลานทั้งหัวสมองยังนึกถึงตอนที่ถูกมันคว้าเข้าไปกอด หน้าก็ร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
เป็นเหี้ยอะไรอีกเนี้ยกู !!
“อ๋อ อันนั้นก็เป็นเหมือนกับเวลาสัตว์แรกเกิดเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าสิ่งแรกแล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่ให้กำเนิดตัวเองนั้นแหละ(มั้ง?) ตุ๊กตาตัวนั้นก็คงคิดว่าลูกเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเลยเรียกว่า เจ้านาย นั้นแหละ(มั้ง??)”
นี่พ่อแน่ใจชัวว์ป่าวเนี่ย มีแต่มั้งๆๆ เอ๋ะ! เดียวนะเพิ่งเกิดเหรอ!!
“พ่อ!! เพิ่งเกิดเหรอ ทำไมมันตัวใหญ่อย่างกะควายเงี้ย!!!”
“เอ้า จะสร้างตัวเล็กมาใช้ประโยชน์อะไรล่ะ”
อ้าวพ่อ ไหนว่าให้แคร์ความรู้สึกเขาไง แล้วอยู่ๆมาบอกจะใช้ประโยชน์จากตุ๊กตานั้นเนี่ยนะ - -
“เออๆ นั้นแหละ ลูกก็ดูแลเขาดีๆล่ะ มันยิ่งเป็นรุ่นแรกด้วย อารมณ์คงแปรปรวนนิดนึง แล้วอีกอย่าง!”
ครั้งนี้เสียงปลายสายถูกกดต่ำลงเท่าที่จะต่ำได้ แสดงถึงความจริงจังของเรื่องที่จะคุยต่อไป
“ลูกอย่าลืมว่า ตุ๊กตาพวกนี้มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ และจากการที่พ่อได้ฟังที่ลูกพูดเนี่ย บอกตามตรงเหนือความคาดการณ์ของพ่อไปนิด”
นั้นไง! ไม่ชัวว์จริงด้วย ถึงว่า มั้ง เยอะเหลือเกิน!! ผมแอบบ่นในใจอยู่นิดนึงก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับเรื่องที่พ่อพูดต่อ
“ถึงขั้นเรียกลูกว่า เจ้านายนี่แสดงว่าตุ๊กตาตัวนั้นคงเห็นลูกสำคัญมากพอตัว ยิ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกด้วยมันอาจมีอารมณ์แปรปรวนอยู่ค่อนข้างสูง แคร์เขาให้มากๆคิดซะว่าเป็นน้องชายของลูกเลยล่ะกัน ”
“น้องชายอะไรตัวใหญ่อย่างงี้ล่ะครับ”
“อย่าลืมสิ ถึงภายนอกจะสูงกว่าลูกแค่ไหน แต่เขาก็เหมือนเด็กแรกเกิดนะ ยังมีอีกหลายๆอย่างที่เขายังไม่รู้จัก สอนเขาให้ดีที่สุด เข้าใจมั้ยครับ น้ำ??”
“ครับ”
เด็กแรกเกิดเรอะ!อย่างงี้มิเพิ่มภาระให้ผมมากกว่ารึไงกันเนี่ย !!
“ฝากด้วยล่ะ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเดียวพ่อเพิ่มไปในค่าขนมลูกแล้วล่ะ”
เยสสส เรื่องนี้ล่ะที่กำลังกังวลที่สุด!!ขอบคุณครับพ่อ!!!
“งั้นแค่นี้นะ พ่อต้องทำงานต่อแล้ว ”
“ครับ”
ปิ๊บ! ตื้ด ๆๆ
เสียงปลายสายถูกตัดไปอย่างรวดเร็ว ผมค่อยๆวางหูโทรศัพท์ลง พลางวางแผนการใช้เงินอยู่ในใจ
เฮ้ย! ผมไม่ได้งกนะแค่ใช้เงินเป็นหรอก ฮาๆ
ขาเรียวของผมพาตัวเองเดินมายังโซฟาตัวยาวที่ปล่อยตุ๊กตาเจ้าปัญหาไว้ และสิ่งที่ผมเห็นก็เอาแทบอึ้ง
ร่างสูงนอนเอนกายเหยียดเต็มความสูงอยู่บนโซฟาสีฟ้าอ่อน แสงที่กระทบเข้ามาทางระเบียงใกล้ๆตกกระทบบนผมทองแกมแดงทอประกายสวย ลมอุ่นเบาๆพัดให้เส้นผมเหล่านั้นพัดตามน้อยๆ ดวงตาคมหลับพริ้มซ่อนเนตรดำสนิทใต้หนังตาสีขาวซีดนั้น จมูกโด่งสวยเข้ากับใบหน้าคมและริมฝีปากบางเฉียบ
เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล๊ดสีดำเก่าๆของพ่อ กลับดูดีอย่างน่าประหลาดเมื่อถูกคนตรงหน้าสวมใส่
หล่อไปไหน… ชาติหน้าผมขอเกิดเป็นตุ๊กตาบ้างได้มั้ยเนี่ย??
ผมค่อยๆย่องเข้าไปดูหน้าชายตรงหน้าชัดๆ ดูยังไงก็ไรที่ติ ผมควรส่งเขาไปเป็นนายแบบดีมั้ย?? รายได้ดีด้วย รวยอีกต่างหาก ขณะที่ผมกำลังจ้องหน้าคนอื่นพลางคิดหาเรื่องเอาตังค์เข้ากระเป๋าอยู่นั้น คนที่ถูกจ้องอยู่นานก็ยื่นแขนยาวๆนั้นมาคว้าคนตัวเล็กกว่าไปนอนกอด ทำเอาคนถูกคว้าร้องโหวกเหวกตกใจแทบไม่ทัน
“เฮ้ย! ทำไรของนายเนี่ย!!?”
ผมดิ้นคลุกคลักอยู่ในอ้อมแขนไอ้ตุ๊กตาหน้าหล่อเกินเจ้านายไปโข แหกปากโวยวายไม่หยุด
“อยู่นิ่งๆสิ กลิ่นเจ้านายหอมดี ผมชอบนะ”
ตึง! โอ้ย!
ผมถีบคนชอบลวนลวมนั้นกระแทกลงพื้นแทบจะทันทีที่มันพูดประโยคแปลกๆออกมา และหันมาจับแก้มตัวเองที่ร้อนเอาๆ ไม่สนใจคนที่ร้องโอดโอยอยู่บนพื้น
แบบนี้มันหมายความว่าไง.. ผมกำลังเขินไอ้เจ้าตุ๊กตานั้นน่ะนะ!!! เป็นไปไม่ได้!!!
หลังจากตุ๊กตาที่ถูกนึกถึงเห็นเจ้านายตัวเองนิ่งไปก็งง พลางถามเบาๆด้วยความเป็นห่วง
“เจ้านายเป็นอะไรครับ”
ผมสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันหน้าที่ติดจะแดงนิดๆไปหาอีกฝ่ายก่อนจะค่อยๆประมวลผลในสมอง
เดียวก่อนน่า อาจเป็นเพราะคนตรงหน้าเรียกผมแต่เจ้านายๆผมก็อาจเขินไปตามประสาก็ได้นี่เนอะ เพราะยังไงผมก็ไม่เคยมีใครเรียกเจ้านายอยู่แล้วนี่ อาจจะแค่เขินไปตามธรรมชาตินั้นแหละ ผมทำใจให้สงบก่อนที่แก้มอมชมพูของผมจะค่อยๆลดความแดงลง พลางคิดไม่ให้เขาเรียกผมอย่างนี้อีก
“นายไม่ต้องเรียกฉันว่า เจ้านาย ก็ได้ฉันไม่ชินน่ะ เรียก น้ำ ก็พอ”
“น้ำหรอ นั้นคือชื่อของเจ้านายสินะ”
เค้าทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนหันมาทางผม และเอ่ยปากขอร้องบางอย่างที่ทำเอาคิ้วผมขมวดเข้าเป็นปม
“งั้นน้ำ นายตั้งชื่อให้ฉันหน่อยดิ”
แหนะ! พอบอกให้เรียกชื่อได้หน่อยนี่ คำสุภาพให้หมดเลยนะแก เรื่องนั้นช่างมันเถอะปัญหาอยู่ที่เรื่องชื่อนี่สิ ผมไม่เคยตั้งชื่อให้ใครมาก่อนเลยนะ อย่าว่าแต่คนเลยหมาสักตัวยังไม่เคยได้ตั้งเลยด้วยซ้ำ อยู่ๆมาบอกให้ตั้งชื่อให้งี้ก็ลำบากใจแหะ
ผมนั่งคิดอยู่นานก็นึกไม่ออก เอ๊ะ เดียวก่อนแล้วพ่อผมเรียกมันว่าอะไรล่ะ เอานั้นมาเรียกเป็นชื่อเจ้านี่ต่อก็ได้นี่นา
“แล้วพ่อฉันเรียกนายว่าอะไรล่ะ”
แทนที่ผมจะได้คำตอบ ผิดคาดคนตรงหน้ากลับมองผมอย่างงงๆและเอ่ยปากถามบางอย่างที่ทำให้ผมมั่นใจในคำพูดของพ่อมากขึ้น
“พ่อนาย?? คือใครล่ะ”
คือตลอดเวลาที่แกถูกสร้างมานี่ แกหลับตลอดเลยว่างั้นเหอะ!!!
ผมถอนใจอย่างหมดหนทาง อีแบบนี้ถึงโทรถามพ่อก็คงไม่ช่วยอะไร จากที่คุยกันเมื่อกี้ได้ยินสรรพนามที่พ่อผมเรียกชายตรงหน้าแล้ว ก็ทำให้ผมเหนื่อยใจ คงไม่ได้ตั้งไว้เหมือนกันสินะ - -“
สุดท้ายผมก็ต้องคิดเองอยู่ดี แต่ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกนี่.. แย่แหะ
ร่างเล็กนั่งขัดสมาธิบนโซฟาตัวยาว มือบางๆขยี้ผมสีดำซอยสั้นของตัวเองอย่างคิดไม่ตก ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าพยายามหาคำเรียกที่เข้ากับใบหน้าหล่อๆนั้น
เจ้าคนต้นเหตุลุกขึ้นจากพื้นพรมนุ่มมานั่งกอดผมอีกครั้ง แต่เป็นเพียงการกอดเบาๆผมเลยไม่สวนกลับ แต่เงยหน้าจ้องมองใบหน้าคมไปทั่ว และสายตาผมก็สะดุดเข้ากับดวงตาเรียวยาวสีดำสนิทที่จ้องมองผมอยู่ตลอดเวลา สมองผมประมวลขึ้นมารวดเร็ว
“รู้แล้ว!!”
ผมกระโดดลุกขึ้นมาร้องตะโกนเสียงดังโหวกเหวก พร้อมหันไปมองคนข้างๆบอกด้วยเสียงตื้นเต้นดีใจ
“ต่อแต่นี้ไป นายชื่อ นัวส์(NOIR)]ล่ะกัน! นัวส์ที่แปลว่า สีดำในภาษาฝรั่งเศสไง ฉันว่าเข้ากับนายออก”
ว่าพลางมือเรียวเล็กของผมก็เอื้อมไปจับหน้าเขาเบาๆ จ้องมองดวงตาสีดำนั้น ผมชอบตาของเขามันให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่คนๆนี้มองผม มันเหมือนกับใครบ้างคนที่ผมเคยรู้จัก
เมื่อเห็นร่างเล็กเหม่อไป เหมือนเปิดช่องโหวงให้ซะงั้นสำหรับร่างสูงกว่า นัวส์ก้มไปขโมยจูบที่ริมฝีปากน้ำแผ่วเบา ก่อนจะช้อนร่างคนตรงหน้าขึ้น เดินไปที่ห้องนอนโดยไม่สนใจเสียงตะโกนปล่อยให้ลงของคนในอ้อมแขน
พอถึงเตียงกว้าง แขนแกร่งปล่อยน้ำลงและคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนดึงมานอนกอดอีกครั้ง จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆของคนสำคัญ น้ำพยายามจะดิ้นให้หลุดแต่มีเหรอจะสูงแรงไอ้ยักษ์นี่ได้ เลยปล่อยให้กอดไปจนนึกขึ้นมาได้
“เห้ย! ปล่อยให้ฉันไปใส่เสื้อก่อนได้มั้ยเนี่ย!!”
อ่า ผมลืมไปได้ไงนะ ว่าผมใส่แต่บ๊อกเซอร์ลายโดเรมอนตัวดียวมาตลอดเลยน่ะ!!!
แต่ถึงจะโวยวายดิ้นให้หลุดสักแค่ไหน คนตรงหน้าก็ไม่ยอมปล่อยซะที ซ้ำยังทำท่าจะหลับต่ออีกรอบซะงั้น จนร่างเล็กทนไม่ไหวเอ่ยปากตะโกน ฉายาแถมให้นัวส์ดังลั่น
“ไอ้เจ้าปีศาจจอมกอด!!”
นัวส์ไม่สนใจ ริมฝีปากเรียวยิ้มอย่างขบขัน ก่อนกอดร่างตรงหน้าให้แน่นขึ้น แกล้งทำเสียงทะเล้นเอ่ยเบาๆกระซิบข้างหูร่างบาง
“ถ้าดิ้นหรือโวยวายอีก ฉันจะไม่กอดนายเฉยๆแน่”
เมื่อจบประโยค ตัวผมแข็งทื่อมองคนตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตระลึง ปากสั่นระริกสรรหาคำพูดมาด่าแทบไม่ทัน
หนอย ไอ้… ไอ้!! ไอ้ตุ๊กตาเกย์! ไอ้ตุ๊กตาโฮโม!! ไอ้หื่นเอ้ย!!!!!
…ได้แต่คิดครับ ถ้าผมพูดออกไปจะโดนอะไรบ้าง ใครจะรับประกัน!! ฮื้อออ



edit @ 10 Apr 2011 11:57:13 by S.K.Y.
edit @ 10 Apr 2011 11:59:00 by S.K.Y.
edit @ 10 Apr 2011 16:01:10 by S.K.Y.
ปิ้งป่อง ๆ
“พัสดุครับ !”
เสียงทุ้มต่ำของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ดังเข้ามา ทำเอาผมสะดุ้งตกใจตื่น ก่อนจะวิ่งออกมาด้วยสภาพบ๊อกเซอร์ตัวเดียว ผมเปิดประตูพร้อมรอยยิ้มมารยาท เจ้าหน้าที่พัสดุผงะตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพผม
อ่า สภาพผมตอนนี้มันก็ดูไม่ได้จริงๆน่ะแหละ ผู้ชายคนไหนเขาอยากเห็นผู้ชายด้วยกันมาเปลือยท่อนบนต่อหน้ากันบ้างหล่ะเนอะ ถ้าไม่ใช่พวกบริโภคไม้ป่าเดียวกันรณรงค์ลดประชากรล้นโลกล่ะก็นะ ฮ่า ๆ
“คุณวาริ ใช่มั้ยครับ ??” เสียงทุ้มถามผมหลังจากนิ่งไปนิดนึง ผมพยักหน้าเบาๆตอบรับ
เขายื่นกระดาษมาให้ผมเซ็นชื่อและหันไปหยิบกล่องใบใหญ่…มาก!!!!!!!! มันใหญ่มากครับผมไม่ได้เวอร์หรือเพอร์เจอร์แต่อย่างใด!! แต่มันใหญ่มากจริง ๆ!! ทำเอาผมสงสารพี่คนส่งของที่แบกมาส่งให้ไม่ได้
หลังจากผมกับพี่คนส่งของช่วยกันยกกล่องมหึมามาวางในห้องผมแล้วเขาก็ขับรถมอเตอไซต์กลับไป พร้อมๆกับผมที่ลงไปนอนแผ่บนเตียงอย่างเหนื่อยล้า
กล่องเหี้ยอะไร!หนักชิบหาย !!
พอผมหันไปดูชื่อคนส่งก็ต้องร้อง “อ๋อ” ออกมาดังๆ คนที่ส่งมาไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อผมเอง!!
แล้วทำไมผมถึงร้อง อ๋อ อันนี้ขอเล่ายาวนิดนึง พ่อของผมเป็นนักวิศวกรรมเครื่องกลตอนนี้ท่านไปทำงานเป็นอาจารย์สอนของมหาวิทยาลัยในอังกฤษ
ท่านเป็นคนอัธยาศัยดี อารมณ์ดี หน้าตาก็ดี แถมเก่งไปซะทุกเรื่องทำอาหารก็เก่ง กีฬาก็เก่ง เป็นพ่อที่ใครๆมีก็ต้องภูมิใจ แต่กลับมีข้อเสียที่ผมรับไม่ได้อยู่ข้อเดียว.. ด้วยความที่พ่อผมเป็นคนไอคิวสูง และห่วงว่าผมจะเหงาที่ต้องอยู่คนเดียวที่ประเทศไทย แม่ผมก็เสียไปตั้งแต่ผม 10 ขวบแล้ว
ทุกๆปีในวันเกิดท่านจะมาแฮปปี้เบิดเดย์ให้ผมพร้อมๆกับสิ่งประดิษฐ์แปลกๆย้ำว่า แปลกๆ!!! ที่ท่านทำเอง แต่ถ้าพ่อผมมาไม่ได้ก็จะส่งพัสดุมาให้แทนอย่างตอนนี้
ผมทำสีหน้าแหยงๆขณะกำลังจะเปิดกล่องยักษ์นี้
ห่ะ อะไรนะ สงสัยว่าผมทำหน้าแหยงทำไม??
ตามที่ผมเกริ่นไปตอนแรก ๆนั้นแหละ สิ่งประดิษฐ์ของพ่อผมแต่ล่ะอย่างแปลกๆ! ไม่ใช่แค่แปลกๆ แต่แปลกมากๆด้วย!!
อย่างปีที่แล้วส่งหมอนข้างมาให้ผม ด้วยเหตุที่ว่ากลัวผมเหงาเวลานอนคนเดียว ตอนแรกที่ผมเห็นทำเอาแพ๊กใส่กล่องแทบไม่ทัน! ทำไมน่ะเหรอ!! ก็ไอ้หมอนนั้นดันเป็นรูปเด็กผู้หญิงเปลือยเปล่าแถมส่วนเว้าส่วนโค้งยังทำเอาผมแทบเลือดพุ่ง ผิวของหมอนข้างนั้นเหมือนคนอย่างกับอะไรดี ถ้าหากมันมีชีวิตจริงๆขึ้นมาผมก็ไม่สงสัยเลยสักนิด!
ด้วยความที่กลัวถูกใครมาเห็นเข้าแล้วจะหาว่าผมวิตถาร
ผมเลยส่งมันกลับอังกฤษไปอย่างน่าเสียดาย …เอ้ย! โล่งใจ!! เฮ้ อย่ามองผมงั้นสิ ยังไงผมก็เด็กผู้ชายอายุ 17 นะ ลามกนิดๆหน่อยๆนี่ก็ปกติออก ฮ่าๆๆ
แล้วยังเมื่อปีก่อนๆโน้น ยังมีสิ่งประดิษฐ์พิลึกๆที่ผมส่งกลับอังกฤษไปเยอะแยะ จนพ่อผมงอนไปช่วงหนึ่งก็มี บอกว่าผมไม่ยอมรับของขวัญของท่านเลยสักชิ้น ผมก็แก้ตัวไปตามน้ำพร้อมแอบกล่อมให้ท่านไม่ต้องส่งสิ่งประดิษฐ์แปลกๆมากอีก แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้พ่อผมคงจะไม่ฟังคำกล่อมของผมเลยสินะ ..==”
เอาล่ะ! กลับมาที่กล่องปริศนานี่ ผมค่อย ๆใช้มีดคัตเตอร์กรีดกล่องออกช้า ๆและแงะกล่องออก ทันทีที่เปิดกล่องออกตาสีน้ำตาลอ่อนของผมต้องตื่นตะลึงกับของข้างใน…
ร่างสูงใหญ่ ผิวขาวซีด ใบหน้าคมกริบ ตาเรียวที่ปิดสนิท เส้นผมสีทองแกมแดงทอประกายสู้แสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างห้องเข้ามา
ตรงหน้าผมคือผู้ชายหน้าตาหล่อโคตรๆ นอนยืดตัวยาวตามความสูงอยู่ในกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมพื้นผ้าสีดำในกล่องถูกปูด้วยผ้านวมสีเทาอ่อนๆ ตัวกล่องถูกห่อด้วยกระดาษไปรษณีรย์อีกชั้นหนึ่ง
หลังจากตะลึงในความหล่อเวอร์ของคนๆนั้นแล้วต่อมาผมก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายลืมตาขึ้น ดวงตาคมสีดำสนิทจ้องมาที่ผมไม่วางตาก่อนที่มือกว้างนั้นใช้จังหวะที่ผมเหม่อค่อยๆลูบแก้มเนียนของผมเบาๆ และโถมตัวสูงใหญ่นั้นกอดผมไว้แน่นพร้อมเสียงกระซิบเบาๆที่ทำให้ผมรู้สึกอยากฆ่าพ่อแท้ๆของตัวเองขึ้นมา
“รักครับ เจ้านายของผม ..”
พ่อ!!ส่งอะไรมาให้ลูกชายตัวเองครับ!!!!!!!!!
tO BE countinUE !
_______________________________________________
น้อยไปหน่อยเนอะ เดี๋ยวเอนทรี่หน้าจะเอารูปเจ้าของน่ารัก กับตุ๊กตาหล่อๆมาลงนะคะ :]]
ไม่ได้แต่งนิยายซะนาน ไม่รู้เป็นไงบ้าง ติชมได้ค่ะ
edit @ 9 Apr 2011 09:22:52 by S.K.Y.
edit @ 10 Apr 2011 12:02:05 by S.K.Y.





edit @ 2 Oct 2010 13:17:38 by S.K.Y.